ผมจำได้ว่าผมเคยไปหาเจมส์บอนด์มาแล้ว ตอนเด็กๆ ตอนนั้นจำอะไรไม่ได้มากนัก เพราะยังเด็กมาก

 

แต่ความรู้สึกของผมเหมือนเห็นภาพเขาตะปู ก็ดูเหมือนว่าคุ้นเคยเหมือนไปมาหลายครั้ง อาจจะเป็นเพราะเราเห็นภาพเขาตะปูได้บ่อยจากทีวีมั้ง

 

โดยรวมแล้วผมไปมาทั้งหมด ครั้งได้แล้วมั้ง แต่ไปทุกครั้งก็ไม่เคยเบื่อ ผมคิดว่ามันมีสเน่ห์อะไรบางอย่างดึงดูดให้ที่แห่งนี้ น่าสนใจอยู่เสมอทุกครั้งที่ไป

 

งั้นเราเริ่มไปกันเถอะ เอนทรี่นี้รูปอาจจะเยอะหน่อยนะครับ รวมรวมมาจากหลายๆปีที่ไป

 

ลงเรือกันเต๊อะ หมู่เฮา ~~

 

หลังที่นั่งนายหัวคนขับ

 

เพื่อนๆบนเรืออีกลำ

 

เรือน้อยแล่นไป แล่นไป ~

 

เกาะหมาจู  (สังเกตุเห็นกันอ่ะป่าวว่า มันคล้ายหมาตรงไหน)

 

เกาะระหว่างทาง  จะเห็นว่าน้ำลดลงไปเยอะ สังเกตได้จากระดับน้ำที่ปรากฏบนหิน

 

ถึงแล้วเกาะตะปู หรือเกาะเจมส์บอนด์  จะเห็นเขาพิงกันอยู่เบื้องหน้า

 

อีกท่านึง ที่คนชอบถ่ายกับเขาตะปู

 

คนแห่ไปถ่ายกับเขาตะปูกันเยอะเลยยยยยย

 

เสร็จจากเกาะตะปู เราก็มาต่อกันที่ ถ้ำลอด หรือถ้ำทะลุ  แล้วแต่คนจะเรียก

 

เข้าไปแล้ววววววว

 

ปากถ้ำ

 

ปากถ้ำอีกมุม

 

และอีกมุม  (จะเยอะไปไหนเนี่ยยยยยย  อิอิ)

 

เข้ามาในถ้ำแระ  อลังการงานสร้าง

 

ออกมาอีกด้านนึงของถ้ำ

 

แปลกใจมากมาเจอคุณพี่ขายน้ำมะพร้าวตรงหน้าปากถ้ำ  มาทุกครั้งไม่เคยเจอ 

มาเจอครั้งนี้เนี่ยแหละ

 

และแล้วเราก็มาถึงเกาะปันหยี 

ที่ๆเค้าว่ากันว่า  น้ำพริกกุ้งเสียบที่นี่อร่อยที่สุด

มาถึงเกาะแล้ว ถ้าไม่ได้ซื้อกลับไป จะเสียดายมากๆๆ

 

ที่นี่เค้ามีบริการที่พักให้ด้วยนะ  ใครอยากมาพักที่นี่เชิญได้เลย (ไม่ได้ค่าโฆษณานะ ถ่ายมาเฉยๆ อิอิ)

 

บรรยากาศเมื่อมองออกไปยังทะเล

 

แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อเรากำลังจะออกจากเกาะปันหยี  เมฆครึ้มมาอย่างเร็ว  นายหัวเรือเลยตัดสินใจไม่ออกวิ่งซักครู่ รอให้ฝนหายไปซะก่อน

 

 

ระหว่างนี้ขอเชิญชมภาพหมู่บ้านบนเกาะกันดีกว่าครับ ว่าบ้านบนเกาะมันจะสวยแค่ไหน

 

และแล้วเมื่อฝนหยุดตก  เราก็สามารถแล่นเรือกลับไปยังฝั่งได้อย่างปลอดภัย  และเราก็เตรียมตัวไปยังภูเก็ตเป็นเป้าหมายต่อไป

 

แล้วเจอกันใหม่ที่ภูเก็ตนะค้าบบบบบบบบ

......................................................................

 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว :

 เขาตะปู  ลักษณะเป็นแท่งหินใหญ่มหึมาโดดเด่นปักอยู่ในทะเลบริเวณปากอ่าวพังงาใกล้ๆ กับเขาพิงกัน ซึ่งเมื่อมองจากระยะไกลแล้ว จะเห็นมีลักษณะคล้ายกับตะปูขนาดยักษ์ถูกตอกลึกลงไปในน้ำ อย่างไรก็ตาม เขาตะปูเป็นภูเขาที่มีอันตรายห้ามเข้าใกล้เนื่องจากส่วนที่จมอยู่ใต้ทะเลได้ถูกน้ำทะเลกัดเซาะ เป็นเวลานานนับล้านปี จึงสึกกร่อนและมีขนาดเล็กกว่าส่วนบน มากมายหลายเท่า จนมีความกลัวกันว่าอาจล้มลงมาในเวลาใดเวลาหนึ่งก็ได้ ทางราชการและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้ห้ามนักท่องเที่ยวล่องเรือเข้าไปดูใกล้ๆ โดยเด็ดขาด เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตรายดังกล่าว

            เขาพิงกัน  มีลักษณะเป็นเกาะเล็กๆ บริเวณปากอ่าวพังงาเช่นเดียวกัน ขนาดย่อมกว่าเกาะปันหยี เขาพิงกันเป็นภูเขาที่มีลักษณะพิเศษแปลกตากแตกต่างจากภูเขาอื่นใดทั้งสิ้น โดยมีลักษณะเป็นภูเขาสองลูกที่แนบยึดติดกัน เป็นแนวเส้นตรงจากยอดเขาสู่ตีนเขา ผู้คนที่มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมเขาพิงกันต่างพากันสันนิษฐานว่าในอดีตกาล คาดว่าจะเป็นภูเขาลูกเดียวกัน แต่ได้ถูกฟ้าผ่าหรือ

สายฟ้าฟาดอย่างปราณีตจนแยกภูเขาดังกล่าวออกเป็นสองลูกที่แนบชิดติดกันหรือพิงกัน หรืออาจเกิดจากปรากฎการณ์ทางธรรมชาติอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ภูเขาดังกล่าวเกิดรอยร้าวหรือปริแยกเป็นสองส่วน ที่มีลักษณะคล้ายถูกของมีคมตัดเป็นเส้นตรงจากยอดเขาสู่ตีนเขา แต่ยังไม่ได้ถูกแยกออกจากกัน กลับถูกปล่อยให้ยังคงแนบชิดติดกัน จนถูกเรียกว่า เขาพิงกัน

 

การเดินทาง :

รถยนต์ 
ท่านสามารถนำรถยนต์ส่วนตัวเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปตามถนนเพชรเกษม ( ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 4) ไปจนถึงจังหวัดพังงา ระยะทางประมาณ 850 กิโลเมตร ( 11 ชั่วโมง) และเดินทางมุ่งหน้าไปสู่อำเภอตะกั่วทุ่ง จนถึงทางแยก เข้าทางหลวงจังหวัด หมายเลข 4144 ไปอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา โดยห่างจากทางแยก ประมาณ 2.5 กิโลเมตร 

เครื่องบิน 
ท่านสามารถเดินทางไปยังท่าอากาศยานกรุงเทพ และโดยสารเครื่องบินไปยังท่าอากาศยานนานาชาติ จังหวัดภูเก็ต ใช้เวลาประมาณ ชั่วโมง 15 นาที แล้วเดินทางโดยรถยนต์อีก ประมาณ 61 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง ชั่วโมง เมื่อถึงจังหวัดพังงา โดยสารรถยนต์ (รถสองแถว) สายพังงา-ท่าด่าน ระยะทาง กิโลเมตร 

เรือ
 
ท่านสามารถเหมาเรือหรือติดต่อบริษัทนำเที่ยว ได้ที่ท่าเรือบ้านท่าด่าน อำเภอเมืองพังงา หรือท่าเรือสุระกุล อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา โดยมีอัตราการจ้างเหมาเรือ ดังนี้ 
ผู้โดยสาร จำนวน 2 - 4 คน เป็นเงิน 800 บาท 
ผู้โดยสาร จำนวน 5 - 10 คน เป็นเงิน 1,000 บาท 
ผู้โดยสาร จำนวน 11 - 15 คน เป็นเงิน 1,500 บาท 

รถไฟ
 
ท่านสามารถขึ้นรถไฟได้ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง กรุงเทพฯ เดินทางไปถึงสถานีรถไฟ อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วขึ้นรถโดยสารประจำทางอีกประมาณ 160 กิโลเมตร ( ชั่วโมง) เดินทางไปถึงจังหวัดพังงา 

รถโดยสารประจำทาง
 
ท่านสามารถเดินทางโดยขึ้นรถยนต์ปรับอากาศ ลิกไนท์ทัวร์ หรือ รถ บขส. เส้นทาง พังงา-กรุงเทพฯ ได้ที่สถานีขนส่งสายใต้ กรุงเทพฯ ในอัตรา 441 บาท ( สำหรับรถยนต์ 32 ที่นั่ง) และอัตรา 685 บาท (สำหรับรถยนต์ 24 ที่นั่ง) ระยะทางประมาณ 850กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง เมื่อเดินทางถึงสถานีขนส่ง จังหวัดพังงา แล้วเดินทางโดยรถประจำทาง(รถสองแถว) อีกประมาณ กิโลเมตร ในราคาประมาณ 20 บาท/คน

            

       

ขอขอบคุณข้อมูลจาก 

http://www.thai-tour.com/thai-tour/South/pangnga/data/pic_james-bond-island.htm

 

http://www.annaontour.com/province/pangnga/khaotapoo-khaopingkan.php

 

  

Comment

Comment:

Tweet

อื้มมม..เป็นอีกที่หนึ่งที่อยากจะไป วางแผนไว้ก่อน แล้วค่อยดำเนินการตามแผน อิอิอิ

#6 By P'Lhew ^.^ (112.142.16.103) on 2009-10-03 00:20

อยากไปมานานแล้วนะเนี่ย แต่จะได้ไปเมื่อไหร่หว่า

#5 By PupaeHERO on 2009-09-28 10:27

ชอบกินน้ำพริกกุ้งเสียบมากกก
อยากไป ๆ ๆ ๆ
cry

#4 By *~ happyah ~* on 2009-09-28 00:22

ถ้ำลอด ไปมาแว้วววววววววววว งามมากกกกกกกกกกกกก


อยากไปอีกอ่าาาาา ทำไงดี

อ้อ วันนี้เพิ่งบ่นว่าอยากกินน้ำพริกกุ้งเสียบ ก้อได้มาเห็น ล่อนำ้ลายกันอีกแระ อิอิ

Hot! Hot! Hot!

#3 By Lalagirl on 2009-09-27 23:29

อยากกิน อยากเที่ยว question

#2 By arpianna on 2009-09-27 15:36

เห็นแล้วอยากไปเที่ยวววววววว

ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะconfused smile

#1 By Spicy NP on 2009-09-27 11:56

Code Here.